ตัวจริงคืนทัพ แอนฟิลด์แดนสยองนักบุญ 5 ข้อก่อนลิเวอร์พูล เจอ เซาธ์แฮมป์ตัน

ตัวจริงคืนทัพ

ตัวจริงคืนทัพ การลงสู่สนามศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ อีกรอบ หลัง เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมนำกองทัพ “ลิเวอร์พูล” โชว์ฟอร์มดุทุบ เอฟซี ปอร์โต้ 

ตัวจริงคืนทัพ กลับไปสู่สถานการณ์ธรรมดาสำหรับเพื่อการลงสู่สนามศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อีกรอบ ข้างหลัง เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมนำกองทัพ “ลิเวอร์พูล” หงส์แดง โชว์ฟอร์มดุทุบ เอฟซี ปอร์โต้ ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ช่วงกลางอาทิตย์นี้

สำหรับแมตช์รับมือ เซาธ์แฮมป์ตัน ที่สนามแอนฟิลด์ วันเสาร์ที่ 27 เดือนพฤศจิกายน บรรดาผู้เล่นตัวหลักอย่าง ดีโอโก้ โชต้า, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน รวมทั้ง เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ คงจะได้กลับมาประจำหน้าที่ของตนอีกที

เวลาเดียวกันกองทัพ “นักบุญ” คงจะมีลักษณะอาการขาสั่นพอควรสำหรับเพื่อการมาเยือนดินแดนเมอร์ซี่ย์ไซด์ ด้วยเหตุว่าสถิติในลีกของพวกเขาที่แอนฟิลด์ ไม่ค่อยดีนัก โดยยิ่งไปกว่านั้น 4 เกมหลังสุดแพ้เรียบวุธ แถมยังโดนถลุงยับซะด้วย

คู่เซนเตอร์-แนวรุกชุดเดิม หลังจากที่ คล็อปป์ ตัดสินใจปรับเกมรับในแมตช์ชนะ เอฟซี ปอร์โต้ ด้วยการใช้งาน โฌแอล มาติป กับ อิบราฮิม่า โกนาเต้ สำหรับแมตช์ปะทะ เซาธ์แฮมป์ตัน แน่นอนว่า เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ จะได้กลับมายืนประจำการเหมือนเดิม

จริงๆ แล้วฟอร์มของ โกนาเต้ ในแมตช์ชนะ ปอร์โต้ ก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไรมากนัก แต่นายใหญ่ชาวเยอรมัน คงต้องการคู่หูที่มีความเหนียวแน่นมากกว่า ดังนั้น มาติป กับ ฟาน ไดค์ จึงเหมาะอย่างยิ่งในการรับมือกับแนวรุกของทัพ “นักบุญ”

ขณะที่กองหน้าของ “หงส์แดง” ที่พัก ดีโอโก้ โชต้า ในเกมฟุตบอลถ้วยใบโตยุโรป ตัวจริงคืนทัพ ก็คือได้กลับมาลงสนามประสานงานร่วมกับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ ซึ่งต้องบอกเลยว่าทั้งสามคนนี้เล่นได้เข้าขากันดีเหลือเกิน

ในส่วนของ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ยังคงอยู่ในช่วงพักฟื้นร่างกายจากอาการบาดเจ็บ แต่ที่น่าสนใจก็คือหาก ดาวเตะชาวบราซิเลียน กลับมาฟิตสมูบรณ์อีกครั้ง เขาจะเบียดแย่งตัวจริงกับ โชต้า ได้หรือเปล่า นี่เป็นคำถามที่น่าสนใจเลยทีเดียว

แผงกลางที่ดีที่สุดในตอนนี้ สิ่งที่ต้องบอกว่าสาวก “เดอะ ค็อป” รอคอยมาตลอดนั่นก็คือการเห็นทีมรักมีแผงกองกลางที่ดีที่สุด และในเกมพบ “เดอะ เซนต์ส” เชื่อว่าพวกเขาจะได้เห็น 3 มิดฟิลด์ที่ “เดอะ ค็อป” อยากเห็นลงสนามพร้อมกัน

ตอนนี้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน น่าจะฟิตสมบูรณ์แล้ว และแน่นอนว่า คล็อปป์ ต้องจับกัปตันเฮนโด้ ลงตัวจริง โดยมี ฟาบินโญ่ คอยทำหน้าที่เป็นมดงานในตำแหน่งโฮลดิ้งมิดฟิลด์ ส่วนอีกราย ติอาโก้ อัลกันตาร่า จองสัมปทานเอาไว้แล้ว

สำหรับตอนนี้ ดาวเตะชาวสแปนิช กำลังอยู่ในช่วงที่มั่นใจสุดๆ และฟอร์มการเล่นก็พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการวางบอลที่แม่นยำ, ผ่านบอลเฉียบคม และที่เด็ดที่สุดก็คือการยิงไกลที่สุดยอด ยิ่งถ้าได้ความขยันของ เฮนเดอร์สัน ที่คอยไล่บี้คู่แข่ง

และวิ่งเพรสซิ่งกดดันเพื่อแย่งบอลคืนมา ขณะที่ ฟาบินโญ่ คอยตัดเกมไม่ให้ เซาธ์แฮมป์ตัน มีพื้นที่แดนกลางได้เล่นมากนัก งานนี้จะทำให้ “หงส์แดง” ได้เปรียบผู้มาเยือนมากขึ้น อย่างไรก็ตาสิ่งที่ คล็อปป์ ต้องระลึกเอาไว้อยู่เสมอว่าตอนนี้ผู้เล่นมิดฟิลด์ของทีมเจ็บเยอะ

ตัวจริงคืนทัพ ทำให้มีทรัพยากรที่ค่อนข้างจำกัด ฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คืออย่าให้มีนักเตะกองกลางบาดเจ็บเพิ่ม ไม่งั้นทีมเกิดวิกฤติชัวร์ บ้านผลบอล

ตัวจริงคืนทัพ

บรรดาผู้เล่นตัวหลักคงจะได้กลับมาประจำหน้าที่ของตนอีกครั้ง

ตัวจริงคืนทัพ ร็อบโบ้ตัวเลือกแรกในใจเสมอ ตอนนี้เรื่องที่น่าสนใจอีกเรื่องคงหนีไม่พ้นตำแหน่งแบ็กซ้าย เพราะช่วงที่ผ่านมา คอสตาส ซิมิคาส ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นเหลือเกินในช่วงที่ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน มีปัญหาบาดเจ็บ แต่ตอนนี้ “ร็อบโบ้” กลับมาฟิตเรียบร้อยแล้ว

ดาวเตะชาวกรีก พัฒนาฝีเท้าได้อย่างรวดเร็วในฤดูกาลนี้ และได้รับโอกาสลงสนามหลายแมตช์ เนื่องจาก โรเบิร์ตสัน เจอปัญหาบาดเจ็บรบกวน โดยช่วงที่ผ่านมา ซิมิคาส โชว์ฟอร์มได้ดีมากๆ นั่นทำให้ โรเบิร์ตสัน ต้องเจอกับสถานการณ์กดดันในตำแหน่งตัวจริง เมื่อกลับมาฟิตสมบรูณ์

แมตช์ล่าสุดที่เปิดรังแอนฟิลด์ ชนะ ปอร์โต้ 2-0 โรเบิร์ตสัน มีโอกาสได้ลงเล่นเป็นตัวสำรองแทน ซิคิมาส ช่วงเกือบครึ่งชั่วโมงสุดท้าย และนักเตะแสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้น ตัวจริงคืนทัพ และพละกำลังที่มีอยู่ก็เหลือเฟือ

ดังนั้นในแมตช์รับมือ “นักบุญ” หาก โรเบิร์ตสัน ไม่มีปัญหาบาดเจ็บแทรกซ้อน งานนี้ คล็อปป์ น่าจะเลือกเขาลงเล่นตัวจริง ส่วน ซิมิคาส อาจจะต้องกลับไปนั่งตัวสำรองอดทนต่อไป แต่หาก “ร็อบโบ้” โชว์ฟอร์มไม่ออก งานนี้แบ็กซ้ายจากแดนเทพนิยาม พร้อมเสียบทันที

แอนฟิลด์ดินแดนสยองทีมเยือน “เดอะ เซนต์ส” ต้องพบกับสถิติที่ไม่น่าอภิรมย์ในการมาเล่นที่สนามแอนฟิลด์ โดย 4 ครั้งหลังสุดในเกมลีกที่มาเยือนเมอร์ซี่ย์ไซด์พวกเขาแพ้เรียบวุธ โดยครั้งสุดท้ายที่ได้ผลการแข่งขันที่ดูดีที่สุดก็คือการเสมอแบบไร้สกอร์ แต่ต้องย้อนไปเมื่อเดือนพฤษภาคมปี2017

งานทีมดังจากแดนใต้เคยทำผลงานได้ยอดเยี่ยมที่แอนฟิลด์ แต่เป็นเกมลีก คัพ หรือ คาราบาว คัพ เมื่อสามารถเขี่ย “หงส์แดง”ตกรอบรองชนะเลิศได้ ในปี2017 นอกจากนี้ เซาธ์แฮมป์ตัน เคยได้ผลเสมอ 1-1 ตอนที่ คล็อปป์ เข้ามาคุมทีมเดือนแรกในเดือนตุลาคม 2015 ด้วย

อย่างไรก็ตาม เซาธ์แฮมป์ตัน ไม่เคยได้ลิ้มรสชาติแห่งชัยชนะในเกมพรีเมียร์ลีกที่สนามแอนฟิลด์เลยนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2013 โดยแมตช์นั้น เดยัน ลอฟเรน ทำเข้าประตูตัวเองทำให้ “เดอะ เร้ดส์” พ่ายคาบ้านด้วยสกอร์ 0-1

ยิ่งไปกว่านั้น 4 เกมหลังสุดในลีกที่แพ้แบบเบ็ดเสร็จแดนขาดให้กับเจ้าบ้าน เซาธ์แฮมป์ตันยังมีสถิติที่ไม่น่าจดจำด้วยนั่นก็คือสกอร์รวมทั้ง 4 แมตช์ดังกล่าวพวกเขาโดน ลิเวอร์พูล ล่อไปถึง 12 ประตูและยิงไม่ได้เลย

ฟาน ไดค์ ทีเด็ดเจ้าบ้าน สำหรับนักเตะที่มีสถิติดีเยี่ยมมากๆ นั่นก็คือ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เพราะเขามีส่วนอิทธิพลกับเกม และมีสำคัญอย่างมากในการช่วยให้ “หงส์แดง” ปราบ อดีตต้นสังกัดได้ตลอดในเกมลีกที่ลงเล่นที่สนามแอนฟิลด์

คิดดูก็แล้วกันครั้งสุดท้ายที่ ปราการหลังทีมชาติฮอลแลนด์ ได้ลิ้มรสชาติความพ่ายแพ้ในเกมลีกที่แอนฟิลด์ เกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2017 แถมในเวลานั้นเขาเป็นนักเตะของทัพ “นักบุญ” ด้วย ! หลังจากความพ่ายแพ้ให้กับ “เดอะ เร้ดส์” สองเดือนถัดมา

ฟาน ไดค์ ก็ได้ย้ายมาเป็นสมาชิกของลิเวอร์พูล และนับจากนั้นเป็นต้นมา ดาวเตะเลือดดัตช์ มีสถิติชนะ 45 เกม และเสมอ 8 แมตช์จากการเล่น 53 แมตช์ในเกมลีกที่สนามเหย้าของทีม ส่วนสถิติที่ ลิเวอร์พูล แพ้คาบ้านบ่อยๆ เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

ตัวจริงคืนทัพ ต้องจำเอาไว้ว่าในเวลานั้น ฟาน ไดค์ มีปัญหาบาดเจ็บหนักจนไม่สามารถลงสนามช่วยทีมได้ทั้งซีซั่น ดังนั้นการที่นักเตะได้ลงเล่นในแมตช์นี้ แน่นอนว่าแนวรุกของ “นักบุญ” คงต้องเหนื่อยแทบรากเหนื่อยหากจะหลุดเข้าไปส่องประตู “หงส์แดง” คอนเต้จับเซ็น

Share:

Author: admins