บิลิชหัวร้อน ฮาแวร์ทซ์ทำแฮนด์บอลแต่ผู้ตัดสินไม่เป่า

บิลิชหัวร้อน

บิลิชหัวร้อน จากจังหวะก่อนจะเสียประตู เป็นการทำแฮนด์บอลฮาแวร์ทซ์

บิลิชหัวร้อน เกมพรีเมียร์ลีก ที่ผ่านมา ที่สู้กันอย่างดุเดือด ระหว่าง เวสต์บรอมวิช กับ เชลซี และได้จบลงด้วยผลสกอร์ 3-3 โดยทางทีมเยือนอย่างเชลซี มาได้ประตูตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ กันทั้ง 3 ประตูเลยทีเดียว

สลาเวน บิลิช กุนซือเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ออกอาการหัวร้อนแบบสุดขีด ที่ลูกทีมเสียประตูง่ายๆให้แก่ เชลซี ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บทั้งสามลูก เนื่องจากจังหวะก่อน ที่มีประตูกันเกิดขึ้นนั้น มันน่าจะเป็นการแฮนด์บอลของ ไค ฮาแวร์ทซ์ เอาเสียก่อน

บิลิชหัวร้อนก่อนหน้านี้ แทมมี่ อบราฮัม เป็นผู้ทำประตูตีเสมอได้สำเร็จ เนื่องจากมีจังหวะที่บอล ไปกระดอนโดนแขนของ ไค ฮาแวร์ตซ์ ก่อนที่แนวรับของทีม จะสกัดไปเข้าทางของ เมาท์ จากนั้นกองกลางเชลซี ก็ยิงอัดด้วยขวา แต่ แซม จอห์นสตัน ปัดบอลมาเข้าทาง อบราฮัม แล้วยิงแบบง่ายๆ

โดยในเรื่องนี้เอง สลาเวน บิลิช กุนซือของ เวสต์บรอม ให้สัมภาษณ์ด้วยอาการหัวร้อน เนื่องจากตัวเองคิดว่า ลูกที่เป็นประเด็นนี้ มันควรเป็นลูกแฮนด์บอลของ ฮาแวร์ตซ์ ก่อนที่จะเป็นประตูที่สามด้วยซ้ำ ซึ่งตามที่เห็นเพราะว่าเป็นการแฮนด์บอลอย่างชัดเจนมาก

ผมไม่ได้อยากพูดถึงเรื่องนี้เลยนะ แต่มันอดไม่ได้จริงๆ เพราะมันไม่ใช่จังหวะ ที่เป็นไปได้เลยว่า แต่ทั้งที่ทุกคนเห็นนั้น มันคือการแฮนด์บอล จบแค่นั้นแหละ คนอื่นๆ อาจจว่าไม่ใช่แฮนด์บอลได้ไง แบบนี้มันก็เกินไป ควรตรวจสอบให้มันชัดเจน มากกว่านี้

ผมภูมิใจในนักเตะของผม พวกเขาควรได้รับความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม ถึงความสุขในห้องแต่งตัวนี้ แต่มันก็ไม่ได้เป็นแบบนั้นเอาซะเลย ทุกคนล้วนผิดหวังกันหมด เพราะพวกเขาไม่ได้เก็บ 3 แต้มไปครองอยู่ที่ควรจะเป็น

ในฐานะผู้จัดการทีมอย่างผม ผมเดินเข้าห้องแต่งตัว ด้วยสถานการณ์แบบนี้ มันน่าผิดหวังเอามากๆ เพราะ 2 คะแนน ที่หายไปนั้น มันเกิดจากเพราะลูกแฮนด์บอล อย่างแท้ๆ

ประตูที่สามมันยากที่จะยอมรับ เพราะมันเป็นการแฮนด์บอลก่อน

โดยครึ่งหลังนั้น กุนซือหน้าหล่ออย่าง แฟร้งค์ แลมพาร์ด ได้ทำแก้เกมด้วยการส่งนักเตะ ถึงสองตำแหน่งด้วยกัน ได้ทำการถอดทั้งอลอนโซ่ และโควาซิช ออกไปแล้วส่งอัซปิลิกวยต้า ลงสนามไป รวมถึงคัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย ลงไปเล่นในสนามแทนบิลิชหัวร้อน

ในนาที 55 ทัพเชลซี ได้ประตูตีไข่แตก ได้สำเร็จ ไล่เจ้าบ้าน มาเป็น 1-3 ได้ จากจังหวะที่ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า จ่ายบอลเข้าแดนกลางให้ เมสัน เมาท์ ยิงด้วยขวานอกกรอบ และบอลพุ่งติดไซด์ก้อย เสียบเสาแรกเข้าไป อย่างง่ายๆ

นาที 70 เชลซี ไล่มาเป็น 2-3 คราวนี้ เป็นการประสานงาน อันอย่างยอดเยี่ยม แวร์เนอร์ จ่ายให้ ฮัดสัน โอดอย ได้เล่นชิ่งกับ ไค ฮาแวร์ตซ์ ก่อนที่ โอดอย จะหลุดเข้าไปยิงเต็มข้อ เสียบมุมเสาไกล เข้าไปอย่างสวยงามหยดย้อย

อีก 3 นาทีถัดมา แลมพาร์ดนั้น เสริมเกมรุกคนสุดท้ายลงมา โดยได้ส่ง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ลงไปเล่นแทน ติอาโก้ ซิลวา และในนาที 76 เชลซีเกือบได้ลุ้นตีเสมอแล้ว จาก รีซ เจมส์ เปิดมาให้ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ได้ยิงอัดด้วยขวานอกกรอบเขตโทษ ทำให้บอลพุ่งแรงแต่ยังไปเข้ามือ แซม จอห์นสตัน ซะงั้น

แต่เกมมีทีท่าว่า จะจบด้วยการนำของเจ้าถิ่นแล้ว ต่อมาในช่วงทดบาดเจ็บ นาที 90+3 เชลซีกลับมาได้ประตูตีเสมอ 3-3 เอาจนได้ โดยในจังหวะที่ เมสัน เมาท์ ซัดบอลไปติดเซฟ ของ แซม จอห์นสตัน มือเกาวคู่แข่ง บอลมาเข้าทาง แทมมี่ อบรามฮัม ตามเข้าไปซ้ำ แบบน่าหวุดหวิด แม้ว่าผู้เล่นของเจ้าถิ่น จะฟ้องว่ามีจังหวะแฮนด์บอล ก่อนหน้านั้น แต่หลังผู้ตัดสินได้เช็กจากวีเออาร์อยู่นาน แล้วตัดสินยกให้เป็นประตูแก่เชลซีในที่สุด อันเช่แก้มปริ | บ้านผลบอล

Share:

Author: admins